Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - luktan1479

Pages: [1] 2 3 ... 84
1
ยอดค้าปลีกอังกฤษเดือนธ.ค.ร่วง 3.7% จากชอปปิงคริสต์มาสล่วงหน้าในเดือนพ.ย.
 
ยอดค้าปลีกของอังกฤษร่วงลง 3.7% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบกับเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้บริโภคออกไปจับจ่ายสินค้าสำหรับวันคริสต์มาสเร็วกว่าปกติ รวมถึงจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน

สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) เปิดเผยข้อมูลในวันนี้ว่า ยอดค้าปลีกของอังกฤษปรับตัวลง 0.9% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

ทั้งนี้ การปรับลงดังกล่าวต่างจากที่นักเศรษฐศาสตร์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์คาดการณ์ไว้ว่า ยอดขายจะปรับตัวลง 0.6% ในเดือนธ.ค. และสูงกว่าเดือนเดียวกันเมื่อปี 2563 ถึง 3.4%

ลูกค้า "เอเชียประกันภัย" ร้องคลังเร่งตามค่าสินไหมหลังบริษัทถูกถอนใบอนุญาต

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า กลุ่มตัวแทนผู้ทำประกันภัยโควิด-19 และเคลมประกันรถยนต์ ของ บมจ. เอเชียประกันภัย 1950 เข้ายื่นหนังสือต่อกระทรวงการคลังเพื่อขอให้ช่วยติดตามเงินค่าสินไหม ทั้งในส่วนของประกันรถยนต์และประกันโควิด-19 ที่ผู้ถือกรมธรรม์ของบริษัทดังกล่าวยังไม่ได้รับ หลังจากบริษัทถูกเพิกถอนใบอนุญาตการประกอบธุรกิจ และเรื่องถูกส่งไปยังกองทุนประกันวินาศภัย

ทั้งนี้ ผู้เสียหายจากการทำประกันภัยของบริษัทดังกล่าว ได้จัดตั้งกลุ่มและรวมตัวกันได้ประมาณ 4 พันราย และได้นำเคสตัวอย่าง 58 กรมธรรม์ ที่มีข้อมูลชัดเจน เช่น ตัวเลขใบทวงหนี้ต่าง ๆ เป็นต้น คิดเป็นเงินทุนประกันราว 4 ล้านบาทมายื่นเรื่องที่กระทรวงการคลัง เพราะยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องการจ่ายค่าสินไหมทดแทน และยังไม่ทราบกระบวนการและเวลาแน่ชัดในการได้รับค่าสินไหมทดแทน

"บริษัทถูกเพิกถอนใบอนุญาตมาเกือบ 3 เดือนแล้ว แต่อนุมัติค่าสินไหมทดแทนไม่ถึง 800 กรมธรรม์ จากผู้เสียหายกว่าแสนราย ขณะที่ความชัดเจนเรื่องการจ่ายค่าสินไหมจากกองทุนประกันวินาศภัยก็ไม่มี ผู้เสียหายต้องติดตามเรื่องกันเอง แต่ก็ทำได้ค่อนข้างยาก จึงอยากให้กระทรวงการคลังช่วยติดตามเรื่องนี้ให้" ตัวแทนผู้เสียหาย ระบุ
พร้อมกันนี้ ต้องการเรียกร้องให้กองทุนประกันวินาศภัย เร่งดำเนินการเรื่องการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้เร็วขึ้น หรือมีความชัดเจนในเรื่องดังกล่าวมากขึ้น เพราะหลายครอบครัวที่ต้องสูญเสียบุคคลในครอบครัวไปจากโควิด-19 ผ่านการทำบุญครบ 100 วันไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับเงินค่าสินไหมในส่วนนี้

ด้านนายชื่นชอบ คงอุดม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี (ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงการคลัง) กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าจะหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ถึงแนวทางการดำเนินการเรื่องดังกล่าว โดยจะพยายามเร่งในส่วนที่สามารถดำเนินการได้ เพื่อให้ขั้นตอนเร็วขึ้น เบื้องต้นคาดว่าจะมีความชัดเจนภายใน 1 เดือน

3


กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกพุ่งขึ้นสู่ระดับ 286,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2564 สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 225,000 ราย และสูงกว่าตัวเลขที่มีการรายงานในสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่ระดับ 231,000 ราย

นอกจากนี้ ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกสูงกว่าระดับ 215,000 ราย ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยต่อสัปดาห์ในช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐ

ขณะเดียวกัน กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยังคงขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องเพิ่มขึ้น 84,000 ราย สู่ระดับ 1.64 ล้านราย

ส่วนตัวเลขค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ของจำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องลดลง 55,250 ราย สู่ระดับ 1.664 ล้านราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2562

 

4
ติดต่อ :
Email : info@cctgroup.co.th
เบอร์โทรศัพท์ : 081-2079977 , 081-6428557 (คุณสมนึก)
Line ID : 0812079977
เรียบเรียงข้อมูลโดย : https://www.cctgroup.co.th

6


ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลงกว่า 100 จุดในวันนี้ บ่งชี้ว่าตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจะยังคงปรับตัวลงในคืนนี้ ต่อเนื่องจากที่ดิ่งลงวานนี้

ณ เวลา 19.44 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ลบ 119 จุด หรือ 0.34% สู่ระดับ 34,497 จุด

ดัชนีดาวโจนส์ปิดร่วงลงกว่า 300 จุดวานนี้ โดยถูกกดดันจากแรงขายในช่วงท้ายตลาด ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

ในการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพุธ ประธานาธิบดีโจ ไบเดนกล่าวสนับสนุนให้นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด เริ่มใช้นโยบายคุมเข้มทางการเงิน และถอนมาตรการผ่อนคลายทางการเงินที่เฟดเคยนำมาใช้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจในช่วงที่โควิด-19 ระบาดอย่างหนัก โดยปธน.ไบเดนมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง และย้ำว่าภารกิจของเฟดคือการควบคุมเงินเฟ้อ

ราคาหุ้นเน็ตฟลิกซ์ดิ่งลงเกือบ 20% ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาดหุ้นนิวยอร์กในวันนี้ หลังบริษัทเปิดเผยจำนวนผู้ใช้บริการชะลอตัวลงในไตรมาส 4

นักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทแอปเปิล อิงค์ และเทสลา อิงค์ ซึ่งจะมีการรายงานในสัปดาห์หน้า

นอกจากนี้ ตลาดจับตาการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 25-26 ม.ค. หลังจากที่เจ้าหน้าที่เฟดหลายรายต่างแสดงความเห็นสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค.เพื่อสกัดเงินเฟ้อ ซึ่งรวมถึงนางลาเอล เบรนาร์ด หนึ่งในคณะผู้ว่าการเฟด, นายชาร์ลส์ อีแวนส์ ประธานเฟด สาขาชิคาโก, นายแพทริก ฮาร์เกอร์ ประธานเฟด สาขาฟิลาเดลเฟีย และนางแมรี ดาลี ประธานเฟด สาขาซานฟรานซิสโก

FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักมากกว่า 90% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมนโยบายการเงินในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นเดือนที่เฟดยุติโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) พร้อมกับคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้

ทางด้านโกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้ และจะเริ่มปรับลดขนาดงบดุลในเดือนก.ค.หรือเร็วกว่านั้น จากปัจจุบันที่พุ่งสูงกว่า 8 ล้านล้านดอลลาร์

8

บมจ.อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ หรือ ILM ตอกย้ำนำเทรนด์ไลฟ์สไตล์เฟอร์นิเจอร์ เพื่อสร้างความสุขทุกมุมบ้าน เปิดตัวเฟอร์นิเจอร์ 2 ซีรีย์ใหม่ แบรนด์ “BoConcept” เฟอร์นิเจอร์สไตล์ Scandinavian ส่งตรงจากเดนมาร์ก พร้อมอัพเดทเทรนด์การแต่งบ้าน 2022 ก่อนใครด้วยเอกลักษณ์การใช้วัสดุ และโทนสีที่อบอุ่น สร้างมู้ดธรรมชาติและมอบความรู้สึกผ่อนคลายให้บ้านและผู้อยู่อาศัยและสามารถแมทช์กับเฟอร์ฯ ทุกสไตล์อย่างลงตัวเสมือน Art Piece สามารถช้อปได้ที่ BoConcept ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

น.ส.กฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ ILM ผู้นำธุรกิจร้านค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ภายในบ้าน ของตกแต่งบ้านครบวงจร เปิดเผยว่า อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ตอกย้ำผู้นำเทรนด์เฟอร์นิเจอร์ ของใช้ภายในบ้าน ของตกแต่งบ้าน และเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่มีความต้องการที่หลากหลายครบทุกไลฟ์สไตล์ สำหรับเทรนด์การแต่งบ้าน 2022 ยังคงเน้นความเรียบง่าย ผ่อนคลาย ใช้วัสดุที่เชื่อมโยงเข้าถึงธรรมชาติได้ง่าย


สำหรับคอลเล็คชั่นใหม่ 2022 แบรนด์ “BoConcept” (โบ คอนเซป) เฟอร์นิเจอร์สัญชาติเดนมาร์กที่โดดเด่นด้วยสไตล์ Scandinavian (Modern-Scandic) และ Metropolitan (Modern-Luxury) ภายใต้คอนเซ็ป “Any Style As Long As It’s Your” ยังคงยึดถือด้านคุณภาพ การออกแบบที่เรียบง่ายเบาสบาย เลือกใช้วัสดุ-โทนสีที่อบอุ่น ที่สามารถนำไปจัดวางได้ทุกพื้นที่แมทซ์กับเฟอร์ฯ ทุกสไตล์อย่างลงตัว เสมือน Art Piece ชิ้นงานศิลปะที่เพิ่มความโดดเด่นให้บ้าน จึงเป็นที่มาทำให้หลายคนหลงรักเฟอร์นิเจอร์&ของแต่งบ้าน โดย BoConcept 2022 ยังคงพิถีพิถันทุกขั้นตอนการผลิตและดีไซน์ ที่ออกแบบสื่อถึงความเป็นธรรมชาติ เน้นการใช้โทนสีกลางๆ มาจับคู่สีระหว่าง “สีบลอนด์โอ๊ค-หินเซรามิก-ปูนซีเมนต์ ทำให้จินตนาการถึงบรรยากาศพระอาทิตย์ตกบนหาดทรายในช่วงฤดูร้อน, และการจับคู่ของ “สีดาร์กโอ๊ค-หนังสัตว์ธรรมชาติ-ความนุ่มของผ้าทอกำมะหยี่” สะท้อนความรักอันแสนอบอุ่นของชาวเมืองที่มีต่อธรรมชาติ

ส่วนวัสดุที่เลือกใช้คำนึงถึงการออกแบบผสานความยั่งยืนด้วยวัสดุจากธรรมชาติอาทิ หินอ่อน “MARBLE”,ดินเผา “TERRACOTTA” และหินขัด “TERRAZZO” ช่วยเพิ่มเสน่ห์บนชิ้นงานเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน พร้อมทั้งยืดอายุการใช้งานให้คุ้มค่าและยาวนาน นอกจากนี้ยังตอบโจทย์กับเทรนด์สี 2022 ด้วย สีแดง “BLOODSTONE RED” เสน่ห์ดึงดูดน่าค้นหา จับคู่กับโทนสีกลางๆ เช่น สีเทา สีเบจ ที่ให้ความอบอุ่นผ่อนคลาย ในช่วงเวลาที่ต้องการความสงบ ในขณะที่สีเหลือง “HARVEST YELLOWS”, สีเขียว “LAYERD GREENS” และสีน้ำตาล “LUXE BROWNS” จะช่วยให้สัมผัสกับธรรมชาติ สามารถดู Link BoConcept เทรนด์การแตกต่างบ้าน 2022

New ซีรีย์ จากแบรนด์ “BoConcept” ที่นำมาให้ช้อปแบ่งเป็น 2 กลุ่ม Living Room และ Dining Room ดังนี้ ซีรีย์แรก Living Room ด้วย BERGAMO Sofa Designed by Morten Georgsen โซฟาผ้าขนาดใหญ่ดีไซน์พรีเมียม ด้วยแรงบันดาลใจการออกแบบโดดเด่นด้วยขาล่องหนเสมือนโซฟาลอยได้ พิถีพิถันด้วยเส้นสายการเย็บเบาะนั่ง-พนักพิงแบบตาราง ดีไซน์ดูนุ่มนวลกับเชฟที่โค้งมน เรียบง่าย แบบมินิมอล หุ้มด้วยผ้าโทนสีขาว-ครีม โดยสามารถเลือกจัดวางแยกชิ้นได้ตามฟังก์ชันการใช้งาน และซีรีย์ 2 ใน Dining Room ชวนให้ดื่มด่ำกับมื้ออาหารด้วยโต๊ะรับประทานอาหาร-เก้าอี้แบบ Nordic Style โต๊ะปรับย่อ-ขยายใหญ่ ให้รองรับมื้อพิเศษได้ 8-10 ท่าน ดีไซน์ฐานโต๊ะให้โค้งมนรับกับท็อปโต๊ะหน้าท็อปเซรามิกให้ความเรียบหรู จับวางคู่กันกับเก้าอี้แบบมินิมอล ดีไซน์โอบรับกับสรีระให้สัมผัสที่สบาย ลงตัวกับผ้าหุ้มสีน้ำตาลให้ความรู้สึกอบอุ่น เรียบง่าย ผ่อนคลาย


ทั้งนี้ไฮไลท์ของเฟอร์นิเจอร์ BoConcept นอกเหนือจากดีไซน์เหนือกาลเวลาและคุณภาพสินค้าแล้ว ยังเป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่ดำเนินธุรกิจรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ทุกชิ้นผลิตจากไม้ปลูกป่าทดแทน ทุกกระบวนการผลิตมีการควบคุมสารที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม เด็ก และสัตว์เลี้ยง ส่วนโรงงานทอผ้าที่ใช้หุ้มโซฟา-เก้าอี้ได้ผ่านการทดสอบด้วยเครื่อง Martindale Test จนมั่นใจได้ว่าสินค้าที่ถึงมือลูกค้ามีความแข็งแรงทนทาน รวมถึงหนังสัตว์ที่ใช้ผลิตเฟอร์นิเจอร์เลือกใช้จากโรงปศุสัตว์ในยุโรปและอเมริกา ซึ่งผลิตเพื่อการบริโภคโดยเฉพาะจึงไม่เป็นการทารุณสัตว์ หรือแม้แต่พรมทุกผืนของ BoConcept เป็นงานทอมือจากประเทศอินเดีย เป็นโรงงานที่ได้รับการรับรองว่าไม่ใช่การแรงงานเด็ก

โดยหากคุณเป็นผู้ที่ชื่นชอบสเน่ห์เฟอร์นิเจอร์สไตล์ Scandinavian และมองหา Art Piece ชิ้นเอกที่สะท้อนสไตล์ในแบบคุณ BoConcept สามารถตอบโจทย์ดีไซน์&ฟังก์ชัน&สไตล์ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ช้อปได้ที่ BoConcept3rd Siam Paragon (North Wing) Tel : +66 2 129 4657-8 , +66 9 8256 7038  

9
“OCEAN” เปลี่ยนชื่อเป็น ALPHAX -ล้างขาดทุนสะสมเกลี้ยง ลุยธุรกิจกัญชง-กัญชา ขณะที่อสังหาฯจัดครบทุกเซ็คเม้นท์

OCEAN ล้างขาดทุนสะสมหมดเกลี้ยง! จากนั้นเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "อัลฟ่า ดิวิชั่นส์" (ALPHAX) พลิกโฉมสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ พร้อมใส่เงินเพิ่มทุน "เค ที ดี เอ็ม" (KTDM) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ลุยธุรกิจกัญชง-กัญชา เต็มรูปแบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ หนุนธุรกิจปี 65 เข้าสู่ New S Curve ดันผลงานโตก้าวกระโดด ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ลุยจับกลุ่มเป้าหมายให้ครบทุกเซ็คเม้นท์ทั้งแนวสูง-แนวราบ-ออฟฟิศให้เช่า

นายธีร ชุติวราภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอเชี่ยน คอมเมิรช จำกัด (มหาชน) (OCEAN) เปิดเผยว่า ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นวันที่ 21 ธันวาคม 2564 ได้มีมติอนุมัติแผนล้างขาดทุนสะสม พร้อมพิจารณาอนุมัติการเปลี่ยนชื่อ และชื่อย่อหลักทรัพย์ของบริษัทใหม่เป็น บริษัท อัลฟ่า ดิวิชั่นส์ จำกัด (มหาชน) ALPHA DIVISIONS PUBLIC COMPANY LIMITED ชื่อย่อใหม่ ALPHAX เพื่อสื่อให้เห็นถึงความเป็นผู้นำ (ALPHA) การเริ่มต้นในการขยายธุรกิจออกไปอีกหลายประเภท (DIVISIONS) ซึ่งในอนาคตบริษัทฯ พร้อมแสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่ เพื่อการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืน สร้างผลตอบแทนที่ดีกับผู้ถือหุ้น

ขณะเดียวกันยังมีมติอนุมัติการซื้อหุ้นเพิ่มทุนของ บริษัท เค ที ดี เอ็ม จำกัด (KTDM) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท โดย KTDM ได้มีมติอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 30,000,000 บาท (หุ้นสามัญ 300,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท) เป็น 120,000,000 บาท (หุ้นสามัญ 1,200,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท) โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 900,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท คิดเป็นจำนวน 90,000,000 บาท เพื่อรักษาสัดส่วนการถือหุ้น โดยบริษัทฯถือหุ้นในสัดส่วน 99.79%

โดยวัตถุประสงค์การเพิ่มทุน เพื่อลงทุนในสินทรัพย์ที่ใช้ประกอบธุรกิจ ลงทุนเพื่อจัดจำหน่าย ร่วมผลิตสินค้า และว่าจ้างผลิตสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ วัตถุดิบประเภทรวมพืชกัญชง หรือกัญชา เพื่อใช้ในการผลิตอาหารเสริม และยา รวมถึงสั่งซื้อเครื่องจักรสำหรับการผลิต และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

“ขอขอบคุณผู้ถือหุ้นทุกท่านที่ไว้วางใจทีมผู้บริหารชุดใหม่ ในการอนุมัติแผนล้างขาดทุนสะสม และแผนเพิ่มทุน KTDM รองรับการเข้ารุกเข้าสู่ธุรกิจกัญชง-กัญชาอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้บริษัทฯเป็นผู้ควบคุมปัจจัยการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ผ่านการจับมือพันธมิตร เริ่มตั้งแต่กระบวนการปลูก การสกัดสาร และผลิตสินค้าป้อนสู่ตลาด ซึ่งมั่นใจว่าธุรกิจกัญชง-กัญชา จะเป็น New S Curve ในปี 2565 ช่วยผลักดันผลการดำเนินงานโตก้าวกระโดด”

ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2564 บริษัท เค ที ดี เอ็ม จำกัด (KTDM) ซึ่งเป็นบริษัทฯย่อยของ OCEAN ได้ลงนามความร่วมมือ 3 ฝ่ายกับบริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) (SUN) บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจอเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (JP) พัฒนาและวิจัย ทั้งด้านการปลูก และการสกัดสารสำคัญจากพืชกัญชง รวมไปถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากพืชกัญชง นอกจากนี้ OCEAN และ JP ยังได้จับมือกับ บริษัท แคนนาบิซ เวย์ จำกัด ผู้ออกแบบและพัฒนาระบบปลูกกัญชง-กัญชาอัจฉริยะ เพื่อป้อนวัตถุดิบให้กับบริษัท

สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2565 บริษัทฯพร้อมบุกตลาดอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคทุกเซ็คเม้นท์ ทั้งในส่วนของโครงการคอนโดมิเนียม โครงการบ้านเดี่ยว โครงการอาคารสำนักงานให้เช่า เพื่อรองรับการเติบโตในช่วง 1-3 ปีข้างหน้า (2565-2568) โดยมีมูลค่าโครงการรวมกันเกือบ 1 หมื่นล้านบาท สนับสนุนธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นในอนาคต

10
ทั่วโลกติดโควิดทะลุ 344,000,000 ราย ตายเกือบ 5,600,000 ราย

Worldometer ซึ่งเป็นเว็บไซต์รายงานข้อมูลล่าสุดที่มีการรวบรวมจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลก ระบุว่า ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สะสมทั่วโลกมีจำนวน 344,369,009 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ระดับ 5,596,776 ราย

สหรัฐมียอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สูงสุดในโลก (70,544,862) รองลงมาคืออินเดีย (38,566,027) บราซิล (23,588,921)

ประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 15 ล้านราย ได้แก่ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส

ประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 10 ล้านราย ได้แก่ รัสเซีย ตุรกี

ประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 9 ล้านราย ได้แก่ อิตาลี

ประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 8 ล้านราย ได้แก่ สเปน เยอรมนี

ประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 7 ล้านราย ได้แก่ อาร์เจนตินา

ประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 6 ล้านราย ได้แก่ อิหร่าน

ประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 5 ล้านราย ได้แก่ โคลอมเบีย

ประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 4 ล้านราย ได้แก่ เม็กซิโก โปแลนด์ อินโดนีเซีย

ประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 3 ล้านราย ได้แก่ ยูเครน เนเธอร์แลนด์ แอฟริกาใต้ ฟิลิปปินส์

ประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 2 ล้านราย ได้แก่ แคนาดา มาเลเซีย เปรู สาธารณรัฐเช็ก เบลเยียม ไทย อิสราเอล อิรัก โปรตุเกส เวียดนาม ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น

ประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 1 ล้านราย ได้แก่ โรมาเนีย ชิลี สวิตเซอร์แลนด์ สวีเดน กรีซ บังกลาเทศ เซอร์เบีย ออสเตรีย ฮังการี ปากีสถาน เดนมาร์ก จอร์แดน ไอร์แลนด์ คาซัคสถาน โมรอกโก จอร์เจีย คิวบา

นอกจากนี้ สหรัฐยังเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดในโลก (883,903) ตามมาด้วยบราซิล (622,251) อินเดีย (488,422)

ประเทศที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตมากกว่า 3 แสนราย ได้แก่ รัสเซีย เม็กซิโก

ประเทศที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตมากกว่า 2 แสนราย ได้แก่ เปรู

ประเทศที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตมากกว่า 1 แสนราย ได้แก่ สหราชอาณาจักร อินโดนีเซีย อิตาลี อิหร่าน โคลอมเบีย ฝรั่งเศส อาร์เจนตินา เยอรมนี โปแลนด์

11
ติดต่อ :
Email : info@cctgroup.co.th
เบอร์โทรศัพท์ : 081-2079977 , 081-6428557 (คุณสมนึก)
Line ID : 0812079977
เรียบเรียงข้อมูลโดย : https://www.cctgroup.co.th

12
Link ! https://bit.ly/33VLHqT

วิธีติดตั้ง
https://youtu.be/HxHfs03LV_0

ปิดแสกนไวรัสก่อนโหลด เนื้องจากโปรแกรม ถูกเขียนโดยไม่สมบูณ
วิธีปิด
https://bit.ly/320lPsR
https://bit.ly/320lPsR

14
“ออริจิ้น” ร่วมทุนแลนด์ลอร์ด 2 ตระกูลบิ๊ก "สวาทยานนท์-วรเศรษฐการกิจ" สร้างแลนด์มาร์คใหม่ มูลค่า 4 พันล้าน

ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เดินเครื่อง ORIGIN NEXT LEVEL จับมือแลนด์ลอร์ดสร้างแลนด์มาร์ค ผนึกกำลัง “บุญภา 2020” บริษัทของ 2 ทายาทตระกูลใหญ่ สวาทยานนท์-วรเศรษฐการกิจ ผุดโครงการมิกซ์ยูสออฟฟิศ-ค้าปลีก-คอนโด “ออริจิ้น สมาร์ท คอมเพล็กซ์ บางนา” มูลค่า 4,000 ล้านบาท รองรับการเติบโตความต้องการฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ จากนโยบายอีอีซี เล็งเปิดตัวโครงการต้นปี 65

นายพีระพงศ์​จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรเปิดเผยว่า บริษัทยังคงเดินหน้าการขยายธุรกิจทั้งเชิงกว้างและเชิงลึกภายใต้วิสัยทัศน์ ORIGIN NEXT LEVEL อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับบริษัท บุญภา 2020 จำกัด จำนวน 2 บริษัท เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยและโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างรายได้ประจำ โดยบริษัท บุญภา 2020 จำกัด ก่อตั้งขึ้นโดยทายาท 2 ตระกูลดัง ตระกูลสวาทยานนท์ และตระกูลวรเศรษฐการกิจ ซึ่งทั้ง 2 ตระกูล มีความเชี่ยวชาญในหลากหลายธุรกิจและอุตสาหกรรมมายาวนานกว่า 70 ปี อาทิ ธุรกิจเชือก แห อวน ธุรกิจพลาสติกและเคมี ธุรกิจบริหารและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจสิ่งทอ โดยมีรายได้รวมจากธุรกิจในเครือปีละกว่า 8,000 ล้านบาท



“ที่ผ่านมา ผู้คนอาจชินกับภาพออริจิ้นร่วมทุนกับบริษัทต่างชาติหรือบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯเป็นหลัก แต่ความเป็นจริง เราเปิดกว้างในการสร้างความร่วมมือ หรือ Synergy เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ กับพันธมิตรทุกรูปแบบ ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่เราร่วมมือกับแลนด์ลอร์ด 2 ตระกูลใหญ่ที่มีประสบการณ์คร่ำหวอดในหลากหลายโครงการ มีที่ดินในทำเลที่น่าสนใจ มีโนว์ฮาวในการพัฒนาโครงการ และมีวิสัยทัศน์ที่อยากจะเติบโตด้านอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ขณะที่เราเองมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย โรงแรม ศูนย์การค้า เราเข้าใจ Customer Insights ยุคใหม่ และดำเนินธุรกิจเหล่านี้มาอย่างแข็งแกร่ง ความร่วมมือระหว่างกันในครั้งนี้ จะช่วยเติมเต็มโอกาสการบุกตลาดทำเลศักยภาพและเป็นก้าวแรกสู่โอกาสการสร้างความร่วมมือด้านอื่นๆ เพิ่มเติมในอนาคต”

สำหรับโครงการนำร่องที่จะพัฒนาร่วมกัน จะเป็นการสร้างแลนด์มาร์คใหม่ให้แก่ย่านบางนา-ตราด ทำเลศักยภาพที่จะมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการเกิดขึ้นของหลากหลายเมกะโปรเจ็คท์ อาทิ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ที่คาดว่าจะเกิดให้บริการช่วงกลางปี 2565 โครงการรถไฟฟ้ารางคู่ขนาดเบา บางนา-สุวรรณภูมิ โครงการเชื่อมต่อเส้นบางนากับสนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้การเดินทางไปยังต่างจังหวัดและต่างประเทศสะดวกยิ่งขึ้น หลากหลายเมกะโปรเจ็คท์ที่อยู่อาศัย เมกะโปรเจ็คท์ด้านโลจิสติกส์ เติมเต็มย่านบางนา-ตราดให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จะส่งผลให้เกิดการจ้างงานและมีความต้องการสำนักงานในทำเลที่เดินทางไป EEC ได้สะดวกอย่างเส้นบางนา-ตราด ขณะเดียวกัน กลุ่มบุญภา ก็มีที่ดินแปลงใหญ่ในย่านบางนา-ตราด ออริจิ้นเองก็ถือเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จ้าวทำเลฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯและ EEC ที่เติบโตและเชี่ยวชาญในทำเลนี้มานับสิบปี



นายพีระพงศ์ กล่าวอีกว่า แลนด์มาร์คดังกล่าว จะถูกพัฒนาภายใต้ชื่อ “ออริจิ้น สมาร์ท คอมเพล็กซ์ บางนา” (Origin Smart Complex Bangna) มูลค่าโครงการรวมกว่า 4,000 ล้านบาท เป็นโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ติดถนนบางนา-ตราด บนพื้นที่รวมกว่า 8 ไร่ของกลุ่มบุญภา ภายในโครงการจะประกอบด้วย 2 โครงการย่อย ได้แก่ 1.วัน ออริจิ้น มาสเตอร์พีซ บางนา (One Origin Masterpiece Bangna) เป็นโครงการร่วมทุนระหว่างกลุ่มบุญภาและบริษัท วัน ออริจิ้น จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำในเครือออริจิ้น ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีกรวม 29 ชั้น 1 อาคาร แบบ Leasehold 3+30 ปี พื้นที่รวม (Gross Floor Area) 56,700 ตร.ม. พื้นที่ให้เช่า (Lettable Area) ประมาณ 30,000 ตร.ม. คาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการได้ในช่วงปี 2567

2.ออริจิ้น เพลส บางนา (Origin Place Bangna) เป็นโครงการร่วมทุนระหว่างกลุ่มบุญภาและบริษัท ออริจิ้น คอนโดมิเนียม จำกัด ผู้พัฒนาโครงการกลุ่ม Smart Condominium ในเครือออริจิ้น ตัวโครงการเป็นโครงการที่อยู่อาศัย ผสมผสานระหว่างคอนโดมิเนียมและอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (Investment Property) แบบ Freehold สูง 26 ชั้น ภายในอาคารประกอบด้วยคอนโดมิเนียมพักอาศัย 1-2 ห้องนอน ขนาด 27-55 ตร.ม. จำนวน 774 ยูนิต คาดว่าจะเริ่มเปิดขายรอบ Presales ในช่วงไตรมาส 1/2565 เริ่มก่อสร้างในช่วงไตรมาส 2/2565 และก่อสร้างแล้วเสร็จช่วงไตรมาส 2/2567

“เราประเมินว่าตลาดสำนักงานให้เช่าในทำเลศักยภาพยังคงมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ช่วงเวลาที่โครงการของเราก่อสร้างแล้วเสร็จตอนปี 2567 น่าจะเป็นช่วงที่ตลาดขยายตัวอย่างเต็มที่ บางนา-ตราดจะกลายเป็นสุดยอดทำเลทองที่มีความต้องการทั้งที่อยู่อาศัยและสำนักงานให้เช่ามากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามการเติบโตของเมกะโปรเจ็คท์จำนวนมหาศาล” นายพีระพงศ์ กล่าว



นายพิสิษฏ์พงศ์ วรเศรษฐการกิจ กรรมการบริหาร บริษัท บุญภา 2020 จำกัด กล่าวว่า บริษัทในเครือของบุญภามีประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์มาเป็นเวลาอันยาวนาน โดยเฉพาะในกลุ่ม Commercial Real Estate และ Industrial Real Estate เน้นลงทุนในที่ดินทำเลศักยภาพมาโดยตลอด ความร่วมมือกับออริจิ้นในครั้งนี้ มีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถนำความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของทั้งสองกลุ่มมาร่วมกันพัฒนาโครงการคุณภาพที่จะสามารถส่งมอบคุณค่าให้กับลูกค้าในทำเลย่านบางนานี้ได้

สำหรับบริษัท บุญภา 2020 จำกัด เป็นผู้ดำเนินธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ โดยบริษัทในเครือดำเนินธุรกิจหลากหลาย อาทิ กลุ่มบริษัทสยามบราเดอร์ ดำเนินธุรกิจเชือก แห อวน พลาสติกและเคมีภัณฑ์ มีบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ภายใต้ชื่อโครงการต่างๆ เช่น The Master, สยามนิเวศน์, ทัศนีย์นิเวศน์, Burlington, ทรัพย์ทวี Factory Park มีธุรกิจสิ่งทอโดยบริษัทเอกรัตน์อุตสาหกรรมสิ่งทอ และดำเนินธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่าใน Prime Business Location เช่น อาคาร Thai CC Tower (อาคาร 34 ชั้นขนาด 110,000 ตร.ม. หน้าสถานีรถไฟฟ้าสุรศักดิ์ถนนสาทร) อาคารมหาทุนพลาซ่า (อาคาร 18 ชั้นขนาด 56,000 ตร.ม. หน้าสถานีรถไฟฟ้าเพลินจิต) อาคาร MS Siam Tower (อาคาร 38 ชั้นขนาด 80,000 ตร.ม. ริมถนนพระรามสาม) และอื่นๆ มีประสบการณ์มากมายและดำเนินธุรกิจอันมั่นคงและยาวนานมากกว่า 70 ปี

บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI มีโครงสร้างธุรกิจหลากหลาย ประกอบด้วย 1.ธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อการขาย (Residential Development Business) พัฒนาคอนโดมิเนียมและบ้านจัดสรรมาแล้ว 86 โครงการ (ข้อมูล ณ สิ้นไตรมาส 3/2564) เช่น แบรนด์ พาร์ค ออริจิ้น (PARK ORIGIN) ดิ ออริจิ้น (The Origin) ไนท์บริดจ์ (KnightsBridge), นอตติ้ง ฮิลล์ (Notting Hill), เคนซิงตัน (Kensington) แฮมป์ตัน (Hampton) และ บริทาเนีย (BRITANIA) รวมมูลค่าโครงการกว่า 137,000 ล้านบาท 2.ธุรกิจที่สร้างรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Income Business) ภายใต้บริษัท วัน ออริจิ้น จำกัด เช่น โรงแรม เซอร์วิส อพาร์ตเมนท์ อาคารสำนักงาน 3.ธุรกิจบริการ (Service Business) เช่น ธุรกิจการจัดการอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจตัวแทนซื้อ ขาย เช่า อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ และยังมีวิสัยทัศน์ในการขยายประเภทธุรกิจใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร

15
จำหน่าย จักรยานออกกำลังกาย และ จักรยานฟิตเนส

จักรยานออกกำลังกาย มีทั้งที่แบบใช้ในฟิตเนสและในบ้าน ใช้สำหรับการคาดิโอและการบริหารกล้ามเนื้อส่วนขา เป็นอุปกรณ์ที่มีคุณภาพและนำเข้ามาจากต่างประเทศ ถูกผลิตด้วยวัสดุเกรดอย่างดี

สนใจสอบถามข้อมูล ทางนี้เลย
Facebook : CCT Fitness นำเข้าเครื่องออกกำลังกาย
Tel: 089-750-7380
สนใจชมตัวอย่างสินค้า >> https://goo.gl/maps/RBNaNTLmk8LD3T2A8 

Pages: [1] 2 3 ... 84